สหรัฐเร่งกระบวนการฟื้นฟูสัมพันธ์กับปาเลสไตน์

0 Comments

รัฐบาลสหรัฐให้คำมั่นเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือปาเลสไตน์อีกมากกว่า 2,000 ล้านบาท และการกลับมาเปิดสถานกงสุลที่นครเยรูซาเลม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองรามัลเลาะห์ เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ให้การต้อนรับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเมืองรามัลเลาะห์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยบลิงเคน กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียมจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของปาเลสไตน์เพิ่มอีก 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ( ราว 2,348.59 ล้านบาท )
 
ทั้งนี้ จากจำนวนเงินดังกล่าวรวมถึงเงิน 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 172.23 ล้านบาท ) ที่รัฐบาลวอชิงตันมอบให้ทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนในฉนวนกาซา และอีก 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,002.06 ล้านบาท ) เป็นการบริจาคให้กับสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ ( ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ) โดยการดำเนินการทุกขั้นตอนจะเป็นไป “ด้วยความรัดกุมขั้นสูงสุด” เพื่อให้มั่นใจว่า กลุ่มฮามาสจะไม่สามารถ “ฉกฉวยโอกาส” จากเงินทั้งหมดนี้
 
ขณะเดียวกัน บลิงเคนให้คำมั่นเรื่องการเร่งกระบวนการทางการทูตที่เกี่ยวข้อง เพื่อกลับมาเปิดสถานกงสุลใหญ่สหรัฐประจำนครเยรูซาเลม ใช้เป็นช่องทางติดต่อประสานงานทางการทูตกับปาเลสไตน์ หลังปิดไปในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นอกจากนี้ บลิงเคนขอให้ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ “เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง” โดยเฉพาะเรื่องที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาอีก โดยก่อนเดินทางมายังเขตเวสต์แบงก์ บลิงเคนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่นครเยรูซาเลม อนึ่ง อิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงร่วมกับอียิปต์ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อ “สงบศึก” จากการสู้รบรอบล่าสุดในฉนวนกาซา ซึ่งยาวนาน 11 วันในเดือนนี้ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 250 รายในฉนวนกาซา และ 13 รายในอิสราเอล ซึ่งรวมถึงแรงงานไทย 2 คน